startupกับทรัพย์สินทางปัญญา

ทำไม Start Up ถึงมีนวัตกรรมขนาดไหนก็ไปไม่รอด…หากขาดสิ่งนี้!?

ทำไม Start Up ถึงมีนวัตกรรมขนาดไหนก็ไปไม่รอด…หากขาดสิ่งนี้!?
.
เชื่อว่า Start up หลายท่านจะต้องรู้จักหรือเคยได้ยินซีรีส์อเมริกัน “Silicon Valley” เป็นซีรีส์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวงการคอมพิวเตอร์ เริ่มจาก Richard Hendricks สร้างแอปพลิเคชั่นชื่อ Pied Piper ซึ่งมีอัลกอริธึมที่สามารถปฏิวัติวงการได้ โดยเขาต้องพบการแข่งขันจากบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Hooli ที่มักขโมยไอเดียไปพัฒนาต่อบ่อยครั้ง ซึ่งบริษัท Hooli พยายามทำวิศวกรรมย้อนกลับอัลกอริทึมของ Pied Piper และพัฒนาผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบที่เรียกว่า Nucleus
.
อย่างที่ได้เกริ่นไว้ในกรณีของ Silicon Valley หลายท่านอาจทราบกันดีว่า Start up เริ่มมาจากเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่แม้แต่คนรอบข้างคุณอาจยังคิดไม่ถึง ซึ่งเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมนั้นเป็นส่วนสำคัญในธุรกิจของคุณ ที่คุณมีอยู่ในมือก่อนที่จะเริ่มต้นทำเป็นธุรกิจเสียอีก เพื่อรักษาสิทธิในสิ่งที่คุณคิดค้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก คุณควรทำความเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่คิดขึ้นมา เป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งเช่นกัน ซึ่งในทางกฎหมายให้ความคุ้มครองในลักษณะทรัพย์สินทางปัญญา โดยที่คุณมีสิทธิเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ดังต่อไปนี้
.
– เครื่องหมายการค้า เช่น โลโก้ธุรกิจ โลโก้ผลิตภัณฑ์
– ลิขสิทธิ์ เช่น Software (กฎหมายถือเป็นงานลิขสิทธิ์ประเภทวรรณกรรม)
– สิทธิบัตร เช่น สิ่งประดิษฐ์หรือเทคโนโลยี รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์
– ความลับทางการค้า เช่น ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลลูกค้า แพลนหรือโปรเจ็คต่าง ๆ ที่คุณมีอยู่
.
กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกฎหมายแรก ๆ ที่คุณไม่ควรมองข้าม เนื่องจากกฎหมายมีหลักเกณฑ์ในการให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้อยู่ เช่น
.
สิทธิบัตร การจะจดสิทธิบัตรได้ สิ่งที่คุณคิดค้นขึ้น ต้องมีความใหม่ และต้องไม่เผยแพร่สาระสำคัญของสิ่งประดิษฐ์ ก่อนวันที่จะยื่นจดสิทธิบัตร ซึ่งอาจรวมไปถึงการเผยแพร่ในการประชุมสัมมนา การออกร้าน สื่อออนไลน์หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ ซึ่งหากคุณมองข้ามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาไปอาจทำให้คุณเสียสิทธิในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเหล่านั้นไป
.
ลิขสิทธิ์ แม้ลิขสิทธิ์กฎหมายจะให้ความคุ้มครองทันทีที่ได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือการถกเถียงว่าใครเป็นเจ้าของงานลิขสิทธิ์ ซึ่งทางแก้ที่ดีที่สุดคือการทำสัญญาให้ชัดเจนไปเลยตั้งแต่แรก ว่างานชิ้นนี้สร้างสรรค์ขึ้นมาแล้ว จะตกเป็นของใคร หรือจะให้เป็นผู้สร้างสรรค์ร่วมกัน แล้วใครสามารถนำไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ได้บ้าง หากเป็นกรณีนายจ้าง-ลูกจ้างกัน ก็ยิ่งควรมีสัญญาที่ระบุไว้ชัดเจนว่างานที่สร้างสรรค์ขึ้นจะเป็นของนายจ้าง และเมื่อจบงานกันไปแล้วลูกจ้างไม่มีสิทธินำงานนั้นไปใช้เด็ดขาด
.
เครื่องหมายการค้า เมื่อเครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องหมายที่สร้างการจดจำให้กับผู้คนทั่วไปได้ การคิดเครื่องหมายการค้าให้มีลักษณะโดดเด่น แตกต่างไปจากเครื่องหมายการค้าอื่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และเพื่อป้องกันไม่ให้มีบุคคลอื่นมาลวงขายหรือแอบใช้เครื่องหมายการค้าของคุณ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ก่อน ก็สามารถสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจของคุณได้เช่นกัน
.
Startup ส่วนมากมักมีรูปแบบธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนำไปขยายฐานผู้ใช้ให้เติบโต จึงจำเป็นต้องระดมทุนจากนักลงทุน แต่การจะได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนได้ นักลงทุนเหล่านั้นก็มองหาสิ่งที่จะช่วยสร้างเงินให้เขาในระยะยาว และไม่ทำให้เงินของเขาเสียเปล่าไปเช่นกัน ดังนั้น การจะทำให้นักลงทุนกล้าตัดสินใจที่จะร่วมลงทุนกับงานของคุณได้นั้น คุณจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงให้กับธุรกิจของคุณก่อน เช่น การทำให้ Start up ของคุณ มีสภาพเป็นนิติบุคคลขึ้นมา กล่าวคือ จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดหรือเป็นนิติบุคคลประเภทอื่น ๆ ที่จะสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจของคุณมากที่สุด
.
เมื่อ Start up มีสภาพเป็นนิติบุคคล นักลงทุนจะรู้สึกมั่นใจและกล้าที่จะลงทุนในธุรกิจของคุณมากขึ้น แน่นอนว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาคือการที่คุณและนักลงทุนจะต้องร่วมมือกันสร้างธุรกิจขึ้นมา และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการทำสัญญาต่าง ๆ ร่วมกัน คุณจึงควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายนิติกรรมสัญญา กฎหมายบริษัทจำกัด กฎหมายเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Start up ของคุณ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และอื่น ๆ
.
ซึ่ง Litetrademark เข้าใจดีว่า คุณในฐานะที่เป็นผู้ประดิษฐ์ คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำสมัยขึ้น คุณอาจรู้สึกว่าเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและสร้างความวุ่นวายให้กับคุณ แต่ Litetrademark ยินดีที่จะช่วยให้คำปรึกษาทั้งกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายนิติกรรมสัญญา กฎหมายบริษัทจำกัด กฎหมายเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Start up กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และช่วยวางแผนให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอย่างมากที่สุดและไม่ต้องกังวลกับเรื่องของกฎหมายที่ยุ่งยากและซับซ้อน เพื่อให้คุณสามารถโฟกัสกับธุรกิจ Start up ได้อย่างเต็มที่
.
Source : https://bit.ly/3HIxihm, https://bit.ly/3CDycaT

Related Blog

เครื่องหมายการค้าใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้

เครื่องหมายการค้าใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้

อย่างที่เคยกล่าวไปในหลายโพสต์ก่อนหน้านี้ว่าเครื่องหมายการค้าถือเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจที่มีค่าเป็นอย่างมาก สามารถซื้อ-ขาย โอน อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้จากเครื่องหมายการค้าอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้เครื่องหมายการค้ายังสามารถใช้เป็น ‘หลักประกันเงินกู้’ จากธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ โดยไม่ใช่การจำนำหรือจำนอง ซึ่งผู้ให้กู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจนกว่าจะมีการชำระคืนเงินกู้ แต่ผู้กู้ยังสามารถใช้เครื่องหมายได้ในระหว่างกู้ได้ การใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน คือโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงพาณิชย์ โดยหากต้องการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกัน จะต้องทำบันทึกข้อมูลการเป็นหลักประกันในทะเบียนและฐานข้อมูล โดยกรมทรัพย์ทางปัญญาจะไม่ดำเนินการรับจดทะเบียนโอนสิทธิ หรือจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ ในระหว่างที่ยังอยู่ในสัญญากู้จนกว่าจะมีการชำระคืนเงินกู้จบครบ แล้วจึงทำบันทึกการสิ้นสุดการเป็นหลักประกัน ปัจจุบันมีธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งที่รองรับการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกัน เช่น SME D Bank,

Read More »
การสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

การสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว นอกจากสามารถขายหรือโอนให้กับบุคคลอื่นได้แล้ว เจ้าของเครื่องหมายยังสามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายของตนได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างรายได้จากเครื่องหมายการค้า โดยทั่วไปการอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจะแบบเป็น 2 แบบคือ Exclusive – คือการที่ผู้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาประโยชน์จากเครื่องหมายการค้า Non-Exclusive – คือการที่ผู้รับอนุญาตอาจมีมากกว่าหนึ่งราย โดยที่สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายเดียวกันได้ ทั้งนี้ ใบอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าควรระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน ทั้งจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสำหรับการใช้เครื่องหมาย ระยะเวลาของใบอนุญาต สิทธิของเจ้าของเครื่องหมายว่ายังมีสิทธิใช้หรืออนุญาตเครื่องหมายนี้ได้อีกหรือไม่ หรือผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตช่วงมีสิทธิโอนการอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นต่อได้หรือไม่ และระบุถึงการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือบริการ โดยจะต้องทำหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และจดทะเบียนต่อนายทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วย สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจและต้องการจดทะเบียนเครื่องการค้าหรือจดแจ้งลิขสิทธิ์

Read More »
How to การโอนเครื่องหมายการค้า?

การโอนเครื่องหมายการค้า ?

เนื่องจากเครื่องหมายการค้าถือเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง จึงสามารถขายหรือโอนให้แก่บุคคลอื่นได้เช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางธุรกิจอื่นๆ ในทางกฎหมายเรียกว่าการโอนกรรมสิทธิ์ การโอนเครื่องหมายการค้าอาจจะขึ้นได้ในหลายสถานการณ์เช่น คุณอาจต้องการขายเครื่องหมายการค้า คุณอาจต้องการขายหรือปิดบริษัท คุณอาจต้องการแตกไลน์สินค้าไปยังบริษัทอื่นๆ หรือคุณอาจต้องการที่จะซื้อเครื่องหมายการค้า การโอนเครื่องหมายการค้าสามารถโอนได้ทั้ง 2 สถานะ คือ เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว และยังไม่ได้จดทะเบียนแต่อยู่ในระหว่างยื่นคำขอ อีกทั้งยังสามารถเลือกโอนเฉพาะบางจำพวก และบางรายการสินค้าได้ ตัวอย่างเช่น   “นายหนึ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในจำพวก 32 เครื่องดื่มน้ำอัดลม และ เครื่องดื่มผลไม้ และจำพวก 25

Read More »