ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

ปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ทรัพย์สินทางปัญญา” กันมากขึ้น ซึ่งเรามักจะเห็นการพูดถึงเรื่อง “ละเมิดลิขสิทธิ์” อยู่บ่อย ๆ เมื่อเกิดกรณีการลอกเลียนแบบสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศิลปะ โลโก้ เทคโนโลยี หรือแม้แต่สิ่งประดิษฐ์ แต่จริง ๆ ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงลิขสิทธิ์เพียงเท่านั้น

เพราะคำว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา” หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ซึ่งเน้นที่ผลผลิตของสติปัญญาและความชำนาญ โดยไม่จำกัดชนิดของการสร้างสรรค์หรือวิธีการแสดงออกในรูปแบบของสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สินค้าต่าง ๆ หรือในรูปแบบของสิ่งของที่จับต้องไม่ได้ เช่น บริการ แนวคิดในการดำเนินธุรกิจ กรรมวิธีการผลิตในอุตสาหกรรม เป็นต้น

โดยทรัพย์สินทางปัญญานั้น ถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ ลิขสิทธิ์ (Copyright) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนมักจะพูดถึงอยู่บ่อย ๆ และอีกประเภทคือ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property)

สำหรับ ลิขสิทธิ์ (Copyright) หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะกระทำการใด ๆ กับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกในรูปแบบอย่างใด แต่จะไม่ได้ครอบคลุมถึงความคิด ขั้นตอน กรรมวิธี แนวความคิด หลักการ ในการสร้างสรรค์งาน

ในปัจจุบัน ลิขสิทธิ์ ถูกแยกย่อยออกเป็นงานสร้างสรรค์ทั้งหมด 9 ประเภท ได้แก่ วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และงานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ

ส่วน ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial Property) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้น กระบวนการหรือเทคนิคในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เป็นองค์ประกอบและรูปร่างของตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมถึง เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า การคุ้มครองพันธุ์พืช แบบผังภูมิของวงจรรวม และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นต้น

โดย ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ก็ได้ถูกแยกย่อยออกมาเป็น สิทธิบัตร ซึ่งรวมถึงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบและผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และแบบผังภูมิศาสตร์

ดังนั้นเมื่อรู้จักเรากับประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ก็จะช่วยให้สามารถปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองโดยการขอรับความคุ้มครองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้

#Litetrademark

Source : http://www.ipthailand.go.th/images/2562/Suppress/lesson1.pdf

Related Blog

เครื่องหมายการค้าใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้

เครื่องหมายการค้าใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้

อย่างที่เคยกล่าวไปในหลายโพสต์ก่อนหน้านี้ว่าเครื่องหมายการค้าถือเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจที่มีค่าเป็นอย่างมาก สามารถซื้อ-ขาย โอน อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้จากเครื่องหมายการค้าอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้เครื่องหมายการค้ายังสามารถใช้เป็น ‘หลักประกันเงินกู้’ จากธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ โดยไม่ใช่การจำนำหรือจำนอง ซึ่งผู้ให้กู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจนกว่าจะมีการชำระคืนเงินกู้ แต่ผู้กู้ยังสามารถใช้เครื่องหมายได้ในระหว่างกู้ได้ การใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน คือโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงพาณิชย์ โดยหากต้องการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกัน จะต้องทำบันทึกข้อมูลการเป็นหลักประกันในทะเบียนและฐานข้อมูล โดยกรมทรัพย์ทางปัญญาจะไม่ดำเนินการรับจดทะเบียนโอนสิทธิ หรือจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ ในระหว่างที่ยังอยู่ในสัญญากู้จนกว่าจะมีการชำระคืนเงินกู้จบครบ แล้วจึงทำบันทึกการสิ้นสุดการเป็นหลักประกัน ปัจจุบันมีธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งที่รองรับการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกัน เช่น SME D Bank,

Read More »
การสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

การสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว นอกจากสามารถขายหรือโอนให้กับบุคคลอื่นได้แล้ว เจ้าของเครื่องหมายยังสามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายของตนได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างรายได้จากเครื่องหมายการค้า โดยทั่วไปการอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจะแบบเป็น 2 แบบคือ Exclusive – คือการที่ผู้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาประโยชน์จากเครื่องหมายการค้า Non-Exclusive – คือการที่ผู้รับอนุญาตอาจมีมากกว่าหนึ่งราย โดยที่สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายเดียวกันได้ ทั้งนี้ ใบอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าควรระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน ทั้งจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสำหรับการใช้เครื่องหมาย ระยะเวลาของใบอนุญาต สิทธิของเจ้าของเครื่องหมายว่ายังมีสิทธิใช้หรืออนุญาตเครื่องหมายนี้ได้อีกหรือไม่ หรือผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตช่วงมีสิทธิโอนการอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นต่อได้หรือไม่ และระบุถึงการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือบริการ โดยจะต้องทำหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และจดทะเบียนต่อนายทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วย สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจและต้องการจดทะเบียนเครื่องการค้าหรือจดแจ้งลิขสิทธิ์

Read More »
How to การโอนเครื่องหมายการค้า?

การโอนเครื่องหมายการค้า ?

เนื่องจากเครื่องหมายการค้าถือเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง จึงสามารถขายหรือโอนให้แก่บุคคลอื่นได้เช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางธุรกิจอื่นๆ ในทางกฎหมายเรียกว่าการโอนกรรมสิทธิ์ การโอนเครื่องหมายการค้าอาจจะขึ้นได้ในหลายสถานการณ์เช่น คุณอาจต้องการขายเครื่องหมายการค้า คุณอาจต้องการขายหรือปิดบริษัท คุณอาจต้องการแตกไลน์สินค้าไปยังบริษัทอื่นๆ หรือคุณอาจต้องการที่จะซื้อเครื่องหมายการค้า การโอนเครื่องหมายการค้าสามารถโอนได้ทั้ง 2 สถานะ คือ เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว และยังไม่ได้จดทะเบียนแต่อยู่ในระหว่างยื่นคำขอ อีกทั้งยังสามารถเลือกโอนเฉพาะบางจำพวก และบางรายการสินค้าได้ ตัวอย่างเช่น   “นายหนึ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในจำพวก 32 เครื่องดื่มน้ำอัดลม และ เครื่องดื่มผลไม้ และจำพวก 25

Read More »