“TRADE DRESS” กับการคุ้มครองการจัดตกแต่งร้าน

รู้จัก “TRADE DRESS” กับการคุ้มครองการจัดตกแต่งร้าน

รู้จัก “TRADE DRESS”
กับการคุ้มครองการจัดตกแต่งร้าน
.
ปัจจุบันเรามักจะเห็นร้านค้าต่างๆ นั้นมีการตกแต่งร้านแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อเห็นก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นร้านของใคร ซึ่งการจัดรูปแบบหรือการตกแต่งดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็น Trade Dress หรือ เครื่องหมายรูปลักษณ์ ซึ่งมีการคุ้มครองตามกฎหมายด้วย
.
เครื่องหมายรูปลักษณ์ (Trade Dress) หมายถึง การให้ความคุ้มครองเครื่องหมายในภาพรวม เช่น การคุ้มครองฉลากหีบห่อของสินค้า ที่นอกเหนือจากเครื่องหมายการค้า รวมถึงให้ความคุ้มครองการจัดตกแต่งหน้าร้านหรือสถานที่ให้บริการอันมีลักษณะโดดเด่นเป็นที่จดจำของผู้บริโภค
.
อย่างในสหรัฐฯเองก็ให้ความคุ้มครองที่เรียกว่า The Lanham Act หรือ Trademark Act 1946 กล่าวคือการจัดรูปแบบตกแต่งร้านซึ่งเป็นเครื่องหมายรูปลักษณ์สามารถได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายได้ โดยศาลฎีกาของสหรัฐฯ ได้ให้คำนิยามในการคุ้มครององค์ประกอบโดยรวมในรูปลักษณ์ของสินค้ารวมไปถึงการบริการ เช่น การจัดตกแต่งร้าน เครื่องแบบพนักงาน รวมถึงเทคนิคการขายด้วย
.
แต่สำหรับประเทศไทย ยังไม่อาจให้ความคุ้มครองไปถึงรูปแบบการตกแต่งร้านซึ่งเป็นเครื่องหมายรูปลักษณ์ได้ เนื่องจากตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2543 มาตรา 4 ซึ่งบัญญัติว่า “เครื่องหมาย” หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ เสียง หรือสิ่งเหล่านี้อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน
.
อย่างไรก็ตาม แม้ในไทยเองจะยังไม่มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแก่เครื่องหมายรูปลักษณ์ แต่เราก็สามารถขอรับความคุ้มครองตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ โดยพิจารณาต่างรูปแบบที่เหมาะสม เช่น ขอรับความคุ้มครองชื่อร้านตามกฎหมายเครื่องหมายการค้า หรือหากมีสิ่งประดิษฐ์ใดๆ ที่ใช้ในร้านก็สามารถขอรับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตร หรือสูตรอาหารก็สามารถขอรับความคุ้มครองตามกฎหมายความลับทางการค้า นอกจากนี้หากมีงานสร้างสรรค์ใดๆ ก็สามารถขอรับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ได้เช่นกัน
.
#Litetrademark #เครื่องหมายการค้า
.
Source : www.idgthailand.com

Related Blog

เครื่องหมายการค้าใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้

เครื่องหมายการค้าใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้

อย่างที่เคยกล่าวไปในหลายโพสต์ก่อนหน้านี้ว่าเครื่องหมายการค้าถือเป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจที่มีค่าเป็นอย่างมาก สามารถซื้อ-ขาย โอน อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้จากเครื่องหมายการค้าอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้เครื่องหมายการค้ายังสามารถใช้เป็น ‘หลักประกันเงินกู้’ จากธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ โดยไม่ใช่การจำนำหรือจำนอง ซึ่งผู้ให้กู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจนกว่าจะมีการชำระคืนเงินกู้ แต่ผู้กู้ยังสามารถใช้เครื่องหมายได้ในระหว่างกู้ได้ การใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน คือโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงพาณิชย์ โดยหากต้องการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกัน จะต้องทำบันทึกข้อมูลการเป็นหลักประกันในทะเบียนและฐานข้อมูล โดยกรมทรัพย์ทางปัญญาจะไม่ดำเนินการรับจดทะเบียนโอนสิทธิ หรือจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ ในระหว่างที่ยังอยู่ในสัญญากู้จนกว่าจะมีการชำระคืนเงินกู้จบครบ แล้วจึงทำบันทึกการสิ้นสุดการเป็นหลักประกัน ปัจจุบันมีธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งที่รองรับการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกัน เช่น SME D Bank,

Read More »
การสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

การสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว นอกจากสามารถขายหรือโอนให้กับบุคคลอื่นได้แล้ว เจ้าของเครื่องหมายยังสามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายของตนได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างรายได้จากเครื่องหมายการค้า โดยทั่วไปการอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจะแบบเป็น 2 แบบคือ Exclusive – คือการที่ผู้รับอนุญาตมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาประโยชน์จากเครื่องหมายการค้า Non-Exclusive – คือการที่ผู้รับอนุญาตอาจมีมากกว่าหนึ่งราย โดยที่สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายเดียวกันได้ ทั้งนี้ ใบอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าควรระบุเงื่อนไขให้ชัดเจน ทั้งจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสำหรับการใช้เครื่องหมาย ระยะเวลาของใบอนุญาต สิทธิของเจ้าของเครื่องหมายว่ายังมีสิทธิใช้หรืออนุญาตเครื่องหมายนี้ได้อีกหรือไม่ หรือผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตช่วงมีสิทธิโอนการอนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นต่อได้หรือไม่ และระบุถึงการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือบริการ โดยจะต้องทำหนังสือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และจดทะเบียนต่อนายทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วย สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจและต้องการจดทะเบียนเครื่องการค้าหรือจดแจ้งลิขสิทธิ์

Read More »
How to การโอนเครื่องหมายการค้า?

การโอนเครื่องหมายการค้า ?

เนื่องจากเครื่องหมายการค้าถือเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง จึงสามารถขายหรือโอนให้แก่บุคคลอื่นได้เช่นเดียวกับสินทรัพย์ทางธุรกิจอื่นๆ ในทางกฎหมายเรียกว่าการโอนกรรมสิทธิ์ การโอนเครื่องหมายการค้าอาจจะขึ้นได้ในหลายสถานการณ์เช่น คุณอาจต้องการขายเครื่องหมายการค้า คุณอาจต้องการขายหรือปิดบริษัท คุณอาจต้องการแตกไลน์สินค้าไปยังบริษัทอื่นๆ หรือคุณอาจต้องการที่จะซื้อเครื่องหมายการค้า การโอนเครื่องหมายการค้าสามารถโอนได้ทั้ง 2 สถานะ คือ เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว และยังไม่ได้จดทะเบียนแต่อยู่ในระหว่างยื่นคำขอ อีกทั้งยังสามารถเลือกโอนเฉพาะบางจำพวก และบางรายการสินค้าได้ ตัวอย่างเช่น   “นายหนึ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในจำพวก 32 เครื่องดื่มน้ำอัดลม และ เครื่องดื่มผลไม้ และจำพวก 25

Read More »